สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เพื่อนกินขอพาแฟนเพจเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวย้อนเวลาไปสัมผัสอาหารไทยแท้แบบไม่อั้น (All you can eat) ในร้านอาหารไทยใจกลางเมืองไม่ไกลจากแถวสยามมากนัก นั่นคือร้านมิสสยาม (Miss Siam) ณ โรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ (Hua Chang Heritage) โดยร้านมิสสยาม (Miss Siam) เหมาะสำหรับครอบครัว พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และหากเพื่อนๆ ที่ชอบอาหารไทยแท้และอยากเลือกทานได้อย่างสบายใจนั้น ยิ่งต้องมาลอง “ร้อยเชิง” ที่นี่เลยครับ

ร้าน Miss Siam ตั้งอยู่ในโรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ สถานที่ตั้งของโรงแรมจะอยู่ติดกับสะพานหัวช้าง เวลาเพื่อนๆนั่งรถไฟฟ้าผ่านจากสยามไปราชเทวีสามารถมองไปทางซ้ายจะเห็นโรงแรมสีขาวตกแต่งสไตล์ไทยร่วมสมัย โดยวันนี้เราจะพาไปชิม All-you-can-eat มื้อเที่ยงที่เรียกว่า “ร้อยเชิง”

บรรดาขนมหอมควันเทียนรายเรียงต้อนรับตั้งแต่หน้าประตู

ก่อนจะเริ่มทาน เพื่อนกินขอเล่าเรื่องตำหรับอาหารไทยโบราณให้เพื่อนๆฟังสักเล็กน้อยก่อนที่จะไปชมเมนูกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันว่าการปรุงอาหารไทยสมัยโบราณนั้น ไม่มีสูตรตายตัวแน่ชัด เนื่องจากแต่ละบ้านแต่ละสกุลจะมีตำหรับตำราการทำอาหารที่แตกต่างกันไป แม้ว่าจะมีสูตรที่ต่างกันแต่กรรมวิธีโบราณก็ยังมีใช้ในทุกบ้าน อย่างเช่นการนำกะปิไปย่างกับใบตองเพื่อรักษาความชุ่มฉ่ำและรสชาติที่ดี ทางร้านมิสสยาม (Miss Siam) ก็เช่นกัน มีการทำอาหารไทยมีเอกลักษณ์ของโรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ (Hua Chang Heritage) นำเสนออาหารไทยแท้ที่ใช้กรรมวิธีโบราณดั้งเดิม นอกจากนี้แม้ว่าอาหารไทยจะมีรสชาติจัดจ้านเข้มข้น ทางร้านก็ไม่ได้ใส่ผงชูรสแต่เป็นการปรุงเครื่องเทศและพริกแกงทั้งหมดเอง

ส่วน “ร้อยเชิง” คือการรับประทานอาหารแบบชั้นเจ้านายที่มีความประณีตและเลิศรสในแบบที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในสมัยก่อนเราจะใช้สำรับ “ร้อยเชิง” ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญเท่านั้น คำว่า “ร้อย” สื่อถึงความหลากหลาย การผสมผสานสิ่งดีงามหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนคำว่า “เชิง” นั้นมาจากภาชนะในการจัดสำรับอาหารที่มีขนาดพอเหมาะ เป็นพิธีรีตอง เหมาะแก่การจัดสำรับอาหารให้เจ้านายชั้นสูง

จุดเด่นของ “ร้อยเชิง” ในแบบหัวช้าง ก็คือการใช้ผลผลิตที่ดีที่สุดในฤดูต่างๆ

เช่น สำรับ “ร้อยเชิง” ในหน้าฝน จะประกอบไปด้วยผลผลิตที่ดีที่สุดในฤดูฝน ในฤดูนี้ดินจะมีความชุ่มชื้นสูงเพราะฉะนั้นสิ่งที่อยู่บนดินอย่างผักในฤดูกาลนี้จะสดและอร่อยที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้นในฤดูฝนยังมีเห็ดหายากอย่างเห็ดขอนและเห็ดเผาะ รวมถึงปลาน้ำจืดไม่ว่าจะเป็นปลาหัวอ่อน ปลาใบไม้ ที่จะถูกนำมาขึ้นสำรับ “ร้อยเชิง” ในหน้าฝน

อาหารของทางร้านจะเป็นบุฟเฟต์ที่ทำสดใหม่พร้อมคอสประกอบด้วย Appetizer กับ Main แต่สามารถสั่งเพิ่มได้ตลอดเวลา แต่เพื่อนกินขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ารีบสั่งเพิ่มนะครับ เพราะว่าถึงจะเป็นคอส แต่คอสใหญ่มากครับ

เมนูอาหารในสำรับร้อยเชิงของวันนี้

 

Appetizer

สำรับอาหารทานเล่นจะทำสดใหม่ทันทีเมื่อเราเข้ามาในร้าน

เมื่อถึงร้านพนักงานจะเสริฟเมี่ยงคำและ welcome drink เพื่อต้อนรับและสร้างความเฟรชให้พร้อมสำหรับมื้อนี้ จากนั้นจะยกเซ็ท Appetizer มาเสริฟ จานที่เด่นได้แก่ ปะทัดลมหรือปอเปี๊ยะกุ้งมีความพิเศษตรงแป้งบางกรอบทานง่าย กุ้งข้างในมีความสดใหม่ทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยที่ร้านทำเอง อีกชิ้นที่น่าสนใจคือลุยสวนดอกไม้ปูลุยสวนใส้ปูใส่ดอกอัญชันทานคู่กับกระเทียมดองและน้ำจิ้มให้ความสดชื่นก่อนที่จะไปสู่อาหารจานหลักต่อไป

 

Main Course

หลังจากที่เราทานจานเรียกน้ำย่อยจบ พนักงานจะค่อยๆ ทยอยยกอาหารจานหลัก หรือ Main Dish ของเรามาทีละเชิง โดยจานกลางของเราจะวางข้าวสวย ร้อนๆ เสิร์ฟคู่กับพริกกะเกลือ ซึ่งส่วนประกอบหลักเป็นมะพร้าว เกลือ น้ำตาล ตำให้เข้ากัน ใช้คลุกข้าวรับประทาน(ไม่ใช่พริกเกลือจิ้มกับมะม่วงนะจ๊ะ) และจะทานคู่กับอาหาร ทั้งสิ้น 7 เชิงด้วยกัน ก่อนจะเข้าสู่อาหารจานหลักขอเล่าถึง พริกกะเกลือ ก่อนเพราะหัวหน้าเชฟของหัวช้าง เฮอริเทจเอง เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์ (เชฟบอมเบย์) บอกเพื่อนกินว่า พริกกะเกลือ นี่ปัจจุบันหาทานยากมาก

โรยพริกกะเกลือเล็กน้อยกับข้าวสวยร้อนๆ

เชิงแรก  ซุปในแกงจืดลูกเงาะยัดไส้ ใบตำลึง เข้าปาก รสชาติน้ำซุปหวาน อบอวน อยู่ในปาก ซึ่งความหวานในแกงจืดถ้วยนี้ได้มาจากเงาะ ซึ่งถือว่าแปลกดีเพราะปกติเวลาเราทานแกงจืดเราจะไม่นึกถึงรสหวานครับ

เชิงที่ 2 เพื่อนกินก็ตัก ฉู่ฉี่ปลาสลิดสด ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ความเข้มข้นของเครื่องเเกง และความหอมของกระชาย เรียกว่ารสชาติถึงความเป็นไทย ไม่ได้เอาใจฝรั่งแน่นอนครับ

เชิงที่ 3 ผัดไหลบัว เข้าปาก ขอชาบูในความกรอบของไหลบัว กับความหวานกำลังดี

เชิงที่ 4 เป็น ปลาหัวอ่อนผัดพริกสด (ปล. บางทีก็จะเปลี่ยนปลาตามฤดูกาล) ตักทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ โรยพริกกะเกลือเล็กน้อย เพิ่มรสชาติ อร่อยลืมมากครับ

เชิงที่ 5 ไก่นาผัดขิง ใช้เนื้อไก่บ้านเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมๆ ของขิง

เชิงที่ 6 ปูนิ่มผัดพริกเกลือ ตักปูนิ่มกินไปทั้งตัว พร้อม ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแรง หลังจากนั้นก็ ตักแกงจืด ล้างปาก

เชิงที่ 7 พล่ากั้งดิบระกำ เป็นเชิงสุดท้าย เรียกได้ว่า พล่ากั้งดิบระกำ เป็นไฮไลท์ของ Main Dish จริงๆ เนื้อกั้งดิบ หวานๆ พอเอามายำแล้วทำให้พล่าจานนี้ลงตัว ละมุนลิ้นมาก แต่ถ้าใครไม่ทานดิบก็สามารถให้เชฟปรุงกั้งให้สุกได้นะครับ

สำหรับของหวานที่นี่จะเป็นขนมไทยสูตรดั้งเดิม ที่มีความ หอม หวาน มัน ตามตำรับขอมไทยสูตรดั้งเดิม ซึ่งหายากมากที่โรงเเรมจะมีครัวทำขนมเอง – ขนมสาลี่กรอบ หรือ เค้กมะพร้าว ที่บรรพบุรุษไทยรับประทานตั้งแต่สมัครปลายกรุงศรีอยุธยา ที่มีวัตถุดิบหลักมาเนื้อมะพร้าว และไข่เป็ดไร่ทุ่ง แนะนำให้ทานคู่กับชาเพราะเนื้อขนมมีความแห้ง

 

ของหวาน

ขนมโคน้ำ หรือ ขนมโคกะทิ ตัวแป้งทำมาจากข้าวเหนียว มาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ข้างในเป็นไส้มะพร้าว

ขนมถั่วทอง จากน้ำตาลเกสรมะพร้าวโดยเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่ได้จากการสกัดจากดอกมะพร้าวและมีแคลอรี่ต่ำกว่าน้ำตาลทั่วไป

ขนมพลอยไพลิน จากดอกอันชัญ

นอกจากนี้ยังมีขนมกง กล้วยไข่เชื่อม ลูกชุบ หม้อแกง ฯลฯ เรียกได้ว่า จัดเต็ม จัดหนัก ครบเครื่อง เรื่องขนมไทยจริงๆ ครับ

 

สรุป

ชุดอาหาร “ร้อยเชิง” แบบ All-you-can-eat นั่นคืออาหารทุกอย่างเพื่อนๆ สามารถสั่งเพิ่มได้ตลอด หากเพื่อนๆ ที่ยังไม่อิ่มสามารถเดินตักอาหารจากบาร์อาหารและครัวร้อนรอบๆ ซึ่งจะมีทั้งบรรดาน้ำพริก ผัดไทที่ผัดจานต่อจาน อาหารไทยต่างๆ รวมถึงผลไม้ด้วยครับ สำหรับราคา 850 บาท (Net.) เพื่อนกินคิดว่าคุ้มค่ากับราคาเพราะความหลากหลายของอาหาร นอกจากนี้เพื่อนกินยังพบว่าการชิมอาหารไทยด้วยวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมนั้นสนุกมาก อย่างเพื่อนกินเองก็นั่งทายส่วนประกอบของอาหารกันว่าเชฟใช้อะไรมาปรุง ซึ่งทุกจานมีที่มาและเรื่องเล่าแน่นอนครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำรองจองโต๊ะผ่าน โทร 02 2170777 หรือ line@: huachanghotel

Website: www.huachangheritagehotel.com

ราคา 850 เน็ทต่อท่าน

เวลาเปิด-ปิด 11:30 ถึง 14:30 ไม่จำกัดเวลาในการทาน